สูตรต้มยำกุ้ง

สูตรต้มยำกุ้ง

สูตรต้มยำกุ้ง หากจะพูดถึงอาหารพื้นบ้านของไทยแล้วนั้น เพื่อนๆ หลายคนคงจะชื่นชอบรับประทานกันเป็นอย่างมาก เพราะอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นเมนูไหนๆ ก็มีรสชาติอร่อยถูกปากไปทั้งหมด ซึ่งไม่เพียงแค่เราคนไทยเท่านั้นที่ชื่นชอบและหลงไหลในรสชาติและเสน่ห์ของ อาหารไทย

แต่ฝรั่งหรือชาวต่างชาติที่ได้มีโอกาสมาเที่ยวที่เมืองไทยต่างก็ชื่นชอบรับประทานเช่นเดียวกัน ซึ่งอาหารไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนกลายเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับชาวต่างชาตินั้น คงจะหนีไม่พ้นเมนูขึ้นชื่ออย่าง “ต้มยำกุ้ง” นั่นเองค่ะ

ต้มยำกุ้งเป็น อาหารพื้นบ้าน ของไทยที่มีรสเปรี้ยวเผ็ดอร่อยลงตัว อีกทั้งต้มยำกุ้งนี้ ยังเป็นอาหารไทยอีกหนึ่งเมนู ที่ทำให้ชาวต่างชาติรู้จักและชื่นชอบรับประทานอาหารไทยกันอย่างแพร่หลาย

จนทำให้เมนูนี้โด่งดังไปไกลทั่วโลก ซึ่งสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่เปิดร้านอาหารนั้น เมนูต้มยำกุ้งกลายเป็นเมนูอาหารทำเงิน ที่ลูกค้าชื่นชอบเป็นอย่างมาก

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

  • น้ำเปล่า 1/2  ถ้วยตวง
  • กุ้งแม่น้ำ  3-4  ตัว
  • หัวกุ้งและเปลือกกุ้ง (สำหรับคนที่ไม่สามารถหาซื้อกุ้งแม่น้ำได้ จะใช้หัวกุ้งแทนก็ได้)
  • เห็ดฟาง เห็ดโคน หรือเห็ดนางฟ้า (เลือกใส่ตามชอบ) นำมาหั่น 1/2 ถ้วยตวง
  • นมสดข้นจืด 1/2 ถ้วยตวง
  • ตะไคร้  2-3  ต้น
  • ข่าซอย  3  ช้อนโต๊ะ
  • ใบมะกรูด  4-5  ใบ
  • พริกชี้ฟ้าแดงทุบ  4-5  เม็ด
  • น้ำพริกเผา  1-2  ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา  4  ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว  2  ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีหั่น  2  ช้อนโต๊ะ

:: วิธีทำ ::

  • ก่อนอื่นต้องแกะเปลือกกุ้งผ่าเอาเส้นดำออกล้างให้สะอาด หั่นเครื่องต้มยำ พริก ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดและเห็ด ให้พร้อม
  • นำน้ำซุปไปตั้งไฟให้เดือด ใส่เครื่องต้มยำลงไปให้หมด พอเดือดอีกครั้งก็ใสกุ้งที่เตรียมไว้ลงไปเลย
    หลังจากใส่กุ้งลงไปแล้ว ให้ใส่ น้ำตาล น้ำปลา พริกขี้หนู พริกเผา ใครชอบรสแบบไหนใส่ลงไปตามชอบ ตามด้วยเห็ดฟาง
  • ปิดเตาแล้วค่อยปรุงด้วยมะนาว(เคล็ดลับการบีบน้ำมะนาว ไม่ควรใส่มะนาวในน้ำที่กำลังเดือด เพราะจะทำให้มะนาวและน้ำซุปมีรสชม) โรยเกลือนิดหน่อยเพื่อดึงรสเปรี้ยวหวานเค้มให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
  • จัดชามเสิร์ฟ หั่นผักโรยหน้า เพิ่มความหอม

หมายเหตุ : บางเมนู อาจจะมีใบกะเพรา ผักชีฝรั่งหรือใบโหระพาใส่รวมไปด้วย

ต้มยำกุ้งน้ำข้น เป็นอาหารที่ประกอบไปด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนูที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมาก และถ้าหากวันนี้เพื่อนๆ ยังคิดไม่ออกว่า  “จะกินอะไรดี” ก็สามารถลองนำเอาสูตรต้มยำกุ้งน้ำข้นนี้ ไปลองทำกินเองที่บ้านกันได้ค่ะ แล้วอย่าลืมนำเรื่องราวหรือประสบการณ์การทำอาหารของคุณมาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้ชมกันด้วยนะค่ะ สำหรับวันนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการกินและขอให้มีความสุขในการทำอาหารค่ะ

คุณค่าทางโภชนาการของต้มยำกุ้ง

ต้มยำกุ้ง เป็นอาหารที่อุดมด้วย แร่ธาตุ โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต มีไขมันน้อย กุ้งเป็นเนื้อสัตว์ที่มีโคเลสเตอรอลชนิดที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้อีกด้วย รวมทั้งมีธาตุสังกะสีและซีลีเนียมในปริมาณสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความต้านทานต่อการติดเชื้อ เครื่องสมุนไพรต้มยำ เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดมีสรรพคุณแก้ท้องอืด แก้ไอ แก้ช้ำใน ขับลมในลำไส้ แก้คลื่นเหียน แก้จุกเสียด ได้ดี

ประโยชน์ของส่วนผสมในต้มยำกุ้ง

  • กุ้งจัดเป็นอาหารทะเลที่มีคุณค่าทางอาหาร ด้วยมีโปรตีนและโปรตัสเซียมสูง กุ้งก้ามกรามเป็นกุ้งน้ำจืดมีชื่อสามัญ Giant Freshwater Prawnชื่อวิทยาศาสตร์ Macrobra chium rosenbergii de Man กุ้งก้ามกราม ซึ่งนักบริโภคยกให้เป็น “king of shellfish” มีชื่อเรียกที่รู้จักกันหลายชื่อคือ กุ้งนาง กุ้งหลวง กุ้งก้ามเกลี้ยง กุ้งแห กุ้งใหญ่ และภาคใต้เรียกแม่กุ้ง เป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ มีราคาแพง กุ้งเป็นอาหารอันทรงคุณค่าทางโภชนาการ มีโปรตีนสูง โปรตัสเซียมสูง อย่างไรก็ตาม กุ้งจัดว่าเป็นอาหารที่มีราคาสูง ยิ่งเมื่อเทียบน้ำหนักส่วนที่กินได้ กับส่วนที่กินไม่ได้ กุ้งมีส่วนที่กินได้ เพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักรวม
  • ประโยชน์ทางอาหาร ใบมะกรูดมีกลิ่นหอม บางคนใช้กลิ่นหอมของมะกรูดดับคาวปลา หรือกลิ่นเนื้อสัตว์ทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน โดยเฉพาะต้มยำเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงงของไทย ต้องมีใบมะกรูดเป็นหลักประโยชน์ทางยาแก้ผมร่วง บำรุงผม แก้อาการเป็นลมเพราะอยู่ในที่อับ ให้ดมผิวมะกรูดแก้ไอ เจ็บคอ และเสมหะติดคอ รักษาอาการเล็บติดเชื้อรา แก้อาการท้องอืด ใช้ผิวมะกรุดตำให้ละเอียด ผสมน้ำนิดหน่อย ดื่มรวดเดียวให้หมดแล้วดื่มน้ำตาม
  • ชื่อพื้นบ้าน จะไคร้(เหนือ) ไคร้( ใต้ มลายู)คาหอม(ฉาน-แม่ฮ่องสอน) เชิดเกรย เหลอะเกรย ( เขมร-สุรินทร์) หัวสิงไค (เขมร – ปราจีนบุรี) ชื่อสามัญ Lemon grass, Lapine ชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbopogon citratus Stapf. ตะไคร้ใช้รักษาโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น 1 . แก้ปัสสาวะขัด ใช้ต้นสด (ตัดใบทิ้ง) หนัก 30-40 กรัม ต้มกับน้ำ 3-4 ถ้วยชา แบ่งน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 75 มิลลิลิตร ( 1 ถ้วยชา ) ก่อนอาหาร ทำเช่นนี้ทุกวัน หรืออีกวิธีหนึ่งนำเหง้ามาฝานเป็นแว่นบาง ๆ คั่วไฟอ่อน ๆ พอเหลือง ใช้ครั้งละ ๑หยิบมือ ชงกับน้ำ 1 ถ้วยชา รินเอาแต่น้ำใส ดื่มจนหมด รับประทานวันละ 3 ครั้ง เมื่อปัสสาวะคล่องดีแล้วจึงหยุดยา 2 . แก้อาการท้องอือท้องเฟ้อ ปวดท้องเกร็ง คลื่นไส้อาเจียนจากธาตุไม่ปกติ ใช้ต้นตะไคร้แด่สด ๆ ทุลพอแหลกประมาณ 1 กำมือ ( 40-60 กรัม)ต้มเอาน้ำดื่มหรือใช้เหง้าขนาดเท่าหัวแม่มือ(ใช้สดประมาณ 5 กรัม หรือแห้งประมาณ 2 กรัม )ทุบให้แตก ต้มเอาน้ำดื่มหรือใช้ตะไคร้ทั้งต้น (รวมราก) จำนวน 5 ต้น สับเป็นท่อนต้มกับเกลือ ต้ม 3 ส่วน ให้เหลือ 1 ส่วน รับประทานครั้งละ 1 ถ้วยแก้ว รับประทาน 3 วัน จะหายปวดท้องเกร็ง
  • ประโยชน์ของมะนาว มะนาวเป็นผลไม้พื้นๆที่ใช้บริโภคกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่ามะนาวลูกเล็กๆนั้น มีประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆได้มากมายหลายโรคด้วยกัน ไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้นที่ใช้มะนาวรักษาโรค ประเทศเพื่อนบ้านของเรา เช่น มาเลเซีย จีน และอินเดีย เขาก็ใช้มะนาวกัน ประเทศเพื่อนบ้านที่ไกลออกไป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส และประเทศแถบอเมริกาตะวันตกก็ใช้มะนาวแก้ไอและรักษาโรคอื่นๆเช่นเดียวกัน

Cr : slotxo / สล็อต / ข่าวกีฬา